โปรดสังเกตรูปดีๆ #พร่องส์
 
เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม
 
นะฮ๊าฟ ლ(╹◡╹ლ)
 
-------------------------------------------------------------
 
ก่อนอื่นเลยเราขอบอกว่า ประวัติเทียร์นี่เราเขียนใหม่นะ...
 
คือเขียนใหม่ เนื้อเรื่องในอดีตก็เขียนใหม่
 
ห้าห้าห้าห้าห้า #พร่อง
 
เอาเป็นว่าไปอ่านกันเลยฮะ ถ้ามีคำผิดตรงไหนตกหล่นก็ขออภัยด้วยนะฮะ lol
 
 
-------------------------------------------------------------
 
ปี 201x สถานที่ ???

ข้าจำไม่ได้ว่าข้าตายอย่างไร

มันเป็นเพียงแค่ความรู้สึกเท่านั้น เป็นความรู้สึกตอนที่ตื่นขึ้นมา

เป็นความรู้สึก...เหมือนลืมบางสิ่งบางอย่าง...ที่สำคัญมากๆ

คำตอบทุกอย่างอยู่ในมือนี้แล้ว....

...................................................

ปี 1757 ประเทศแคนาดา

ข้าเกิดมาในหมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่ง

ข้าเกิดมาพร้อมกับถูกขนานนามว่าเป็นบุตรของปีศาจ

เพราะข้าเกิดมาพร้อมดวงตาข้างหนึ่งสีแดงและอีกข้างเป็นสีเหลือง

ถูกผู้คนรอบข้างรังเกียจ ไม่เป็นที่ต้องการ ชินชากับการอยู่คนเดียว

‘เจ้าเด็กปีศาจ’

‘อย่าไปยุ่งกับมันนะ’

‘ถ้าไปยุ่งด้วยจะโชคร้าย’

‘จะต้องตาย’

ชินชากับคำพูดพวกนี้

ก้อนหินที่ปาใส่ข้าอย่างรังเกียจ

ชินชากับเรื่องแบบนี้

นี่ ตอบข้าหน่อยสิ ข้าทำผิดอะไรหรือ

ตอบข้ามา...

ตอบข้ามาสิ!

...................................................

เพราะสีตาอันแปลกประหลาดนี้ ข้าจึงไว้ผมยาวเพื่อปกปิดดวงตาข้างขวาซึ่งเป็นสีแดงไว้ แรกๆมันก็น่ารำคาญอยู่เหมือนกันแหละ แต่นานวันเข้าข้าก็ชิน แต่จริงๆแล้วมันก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากเท่าไหร่หรอก

วันนี้ก็เป็นวันธรรมดาอีกวันหนึ่งในฤดูใบไม้ผลิ ข้าเดินหาสถานที่หลบหลีกจากสายตาผู้คนท้ายหมู่บ้านที่มีต้นไม้ขึ้นอยู่เต็มไปหมด ข้าเดินไปนั่งหลบอยู่ใต้เงาต้นไม้ อากาศที่เริ่มอุ่นขึ้นหลังจากผ่านฤดูหนาวไปแล้วทำให้วันนี้เป็นวันที่อากาศดีอีกวันหนึ่ง

แซ่ก แซ่ก

เสียงบางอย่างดังขึ้นมา ข้าหันซ้ายหันขวามองรอบๆตัว เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง เสียงนั้นดังมาจากบนหัวข้า ข้าเงยหน้าขึ้นมองต้นไม้ บนนั้นมีเด็กผู้ชายคนหนึ่งอยู่

“หวัดดี...” เขาทักข้าพร้อมกับส่งยิ้มแห้งๆมาให้

เปรี๊ยะ...

“เอ๋?” พวกเราร้องอุทานขึ้นมาพร้อมกัน

ตุ้บ!

 “เหวอออ!”

เสียงแรกคือเสียงกิ่งไม้หัก เสียงที่สองคือเสียงของบางสิ่งบางอย่างร่วงหล่นลงมา

ข้าลืมตาขึ้น รู้สึกเหมือนมีบางสิ่งกดทับร่างอยู่ เมื่อเงยหน้าก็เห็นว่าเด็กคนเมื่อกี้ล้มทับตัวข้าอยู่

“อูย...เจ็บๆๆ” เด็กคนนั้นร้องโอดครวญ

“ออก...ไป...เดี๋ยวนี้” ข้าเค้นเสียงออกมา เจ้าเด็กนั่นที่นั่งทับตัวข้าอยู่ทำหน้าเอ๋อไปสี่วินาที และเด้งตัวราวกับติดสปริงออกจากตัวข้าในวินาทีที่ห้า

“อ่ะ...ขอโทษนะ...ขอโทษจริงๆ” เด็กคนนั้นขอโทษขอโพย

“ไม่เป็นไรหรอก” ข้าโบกมือไปมาเป็นเชิงว่าไม่สนใจก่อนจะกลับไปนั่งใต้เงาต้นไม้เหมือนเดิมโดยพยายามเมินกิ่งไม้ที่มีรอยหักเมื่อกี้ เด็กคนนั้นเดินเข้ามานั่งใต้เงาไม้ด้วย บรรยากาศชวนแสนอึดอัดเพราะต่างคนต่างเงียบ

“เอ่อ...เจ้ามาที่นี่ประจำเหรอ” ในที่สุดเด็กคนนั้นก็เป็นฝ่ายเริ่มพูดก่อน

“เปล่า...ข้าแค่หาที่สงบๆที่ไม่ค่อยมีคนเท่าไหร่น่ะ แล้วเจ้าล่ะ”

“อ่า...ข้าก็แค่อยากมาเดินเล่นเท่านั้นเอง”

“เด็กปกติที่ไหนจะมาเดินเล่นที่ที่ไม่มีคนอย่างนี้ล่ะ”

“ถ้างั้นเราก็ไม่ปกติด้วยกันทั้งคู่น่ะสิ เพราะพวกเราก็อยู่ที่ที่ไม่มีคนอยู่นี่”

“...ก็ไม่มีใครอยากเล่นกับข้านี่”

“งั้นก็มาเล่นกับข้าที่นี่สิ”

“ทำอย่างนั้นไม่ได้หรอก” ข้าพูดพร้อมกับปัดผมที่ปิดตาข้างขวาออก เผยให้เห็นดวงตาสีแดง

“เคยได้ยินใช่มั้ยล่ะว่าในหมู่บ้านนี้มีเด็กปีศาจอยู่ นั่นน่ะข้าเองแหละ” ข้าพูดขึ้นช้าๆ

เอาล่ะ เพราะฉะนั้นก็ไปซะ วิ่งหนีไปซะสิ

เหมือนที่ทุกๆคนทำกับข้า

สาม...สี่...ห้า...

เวลาผ่านไปสิบสี่วินาที แต่เด็กคนนั้นก็ยังยืนนิ่งอยู่

“ข้าก็เคยได้ยินเรื่องนี้เหมือนกันน่ะนะ...แต่ว่าจริงๆแล้วเจ้าก็ไม่ใช่คนไม่ดีอะไรนี่” เด็กคนนั้นพูดพลางเกาแก้มไปมา

คราวนี้กลายเป็นข้าที่ยืนนิ่ง

“ถ้ายังไงเราก็มาเล่นที่นี่ด้วยกันก็ได้นี่ ยังไงก็ไม่มีคนผ่านมาอยู่แล้วจริงมั้ย ว่าแต่เจ้าชื่ออะไรเหรอ”

“เอ่อ...เทียร์ ข้าชื่อเทียร์”

“อื้ม...ยินดีที่ได้รู้จักนะ ข้าชื่อไคเซน” ไคเซนส่งยิ้มมาให้

เพราะเพิ่งจะเห็นหน้าของไคเซนชัดๆ ทำให้ข้ารู้ว่าเขามีผมสีน้ำตาลเหมือนข้าแต่เข้มกว่า ส่วนตาของเป็นสีเดียวกับท้องฟ้า

พวกเรานั่งคุยกันใต้ต้นไม้ตั้งแต่ช่วงบ่ายจนถึงเย็น พระอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำลง พวกเราบอกลากัน

“ข้ากลับบ้านก่อนล่ะ” ข้าโบกมือลา ไม่รู้ว่าข้าคิดไปเองหรือไม่ แต่สีหน้าของไคเซนเปลี่ยนไปเล็กน้อยแต่ก็กลับมายิ้มเหมือนเดิม

“อื้ม เดินกลับดีๆล่ะ”

นี่คือเรื่องราวตอนที่ข้าได้พบกันเขา

ไคเซน เพื่อนคนแรกและคนเดียวของข้า

...................................................

ทุกๆวันดำเนินผ่านไปอย่างเป็นปกติ พวกเราที่มักจะมาคุยเล่นกันที่ท้ายหมู่บ้านกันจนเป็นปกติ

“ข้าไม่เข้าใจเลย ทั้งๆที่ตอนเจอกันครั้งแรกเจ้าเตี้ยกว่าข้าแท้ๆ ไหงตอนนี้เจ้าถึงสูงกว่าข้าเนี่ย” ข้ายืนจ้องหน้าไคเซนที่ตอนนี้สูงกว่าข้าตั้งเกือบสิบเซนต์

“ข้าจะไปรู้เหรอ เฮ้ย! จะทำอะไรเนี่ย”

“เตี้ยลงซะ เตี้ยลงซะ เตี้ยลงซะ เตี้ยลงซะ เตี้ยลง...” ข้าพูดคำนี้ซ้ำไปซ้ำมาพลางกดหัวไคเซนลงไปด้วย

“หยุดเลยๆ ข้าไม่ผิดซะหน่อยที่สูงกว่าเจ้า” ไคเซนปัดมือข้าออกง่ายๆ เพราะข้าเองก็ขี้เกียจจะกดหัวเขาต่อแล้ว

ลมเย็นๆยามฤดูใบไม้ร่วงพัดโชยมา อีกไม่นานฤดูหนาวจะมาถึงแล้ว

“นี่ ถ้าข้าจะไปบ้านเจ้าพ่อแม่เจ้าจะว่าอะไรมั้ย” ไคเซนถามข้า

“ข้าว่าได้อยู่แล้ว...แต่พ่อแม่เจ้าจะไม่ว่าเหรอ”

“ไม่ว่าหรอก...เพราะข้าไม่มีพ่อแม่นี่...”

“เอ๋?”

ข้านิ่งไป

“งั้นก็แปลว่า...”

“อื้อ ข้าเป็นเด็กกำพร้า” ไคเซนฝืนยิ้ม

ข้าเข้าใจแล้ว ตอนนั้นไคเซนถึงทำหน้าแปลกๆสินะ...

ข้าไม่คิดจะซักไซ้อะไรต่อ เลยจัดการลากไคเซนกลับบ้านไปด้วยซะเลย

ด้วยเหตุนี้ ไคเซนเลยกลายมาเป็นลูกบุญธรรมของบ้านนี้

ความจริงแล้วข้าเป็นคนขอร้องเองน่ะนะ ข้าไม่รู้ว่าจะขำหรือสงสารไคเซนตอนที่มาถึงบ้าน

“สวัสดีครับ...คุณน้า...คุณอา...เอ่อ...” ไคเซนพูดติดอ่างยืนตัวสั่นเป็นลูกนกข้างๆข้า

“ฮะๆ ไม่เป็นไรหรอก ทำตัวสบายๆเถอะ”

“แล้วก็นะ เรียกพวกเราว่าคุณพ่อกับคุณแม่สิจ๊ะ”

“เอ่อ...”

“เรียกสิจ๊ะ”

จากตอนแรกที่สั่นเป็นลูกนก ตอนนี้ควรจะพูดว่าสั่นเป็นเจ้าเข้ามากกว่า

ข้าทั้งขำทั้งสงสารเจ้าจริงๆ ให้ตายเถอะ

“พวกท่านเลิกแกล้งไคเซนได้แล้วน่า...” ข้าพูดโดยที่พยายามกลั้นขำอยู่ อีกมือตบบ่าไคเซนเพื่อให้เขาผ่อนคลาย

“แล้วจะให้นอนที่ไหนล่ะ” พ่อของข้าเปิดประเด็นขึ้นมา

“นั่นสิ...” แม่ของข้าทำหน้าคิดไม่ตก

“ถ้างั้นก็ให้ไคเซนมานอนห้องเดียวกับข้าสิ” ข้าเสนอ

“หา?” ไคเซนหันควับมาหาข้า

“จะให้ทำไงล่ะ ห้องมันไม่พอนี่ หรือว่าเจ้าจะนอนตรงเก้าอี้นั่น” ข้าชี้ไปตรงเก้าอี้ที่อยู่ริมห้อง

และแล้วพวกเราก็แก้ไขปัญหานี้ไปได้ภายในเวลาไม่ถึงสองนาที

...................................................

ฤดูใบไม้ร่วงล่วงเลยผ่านไปเข้าสู่ฤดูหนาว ตั้งแต่ที่ไคเซนมาเป็บลูกบุญธรรมของบ้านข้า เวลาก็ผ่านมาสี่ปีแล้ว พวกเรายังคงเหมือนเดิม ยังคงมาเล่นด้วยกันใต้ต้นไม้ต้นเดิมกับเมื่อห้าปีก่อน ตอนนี้พวกเรากำลังรอให้หิมะแรกของปีนี้โปรยปราย

อากาศในตอนนี้ก็ถือว่าหนาวอยู่ เพราะพวกเราแค่ใส่เสื้อกับผ้าคลุมเท่านั้น

หิมะแรกของฤดูเริ่มโปรยปราย ความหนาวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ถึงกระนั้นพวกเราก็ยังเฝ้ามองหิมะโปรยลงมา แต่ในหัวกลับคิดเรื่องๆหนึ่งอยู่

ตัวเขาเมื่อก่อน ในฤดูหนาวเช่นนี้ ไม่มีทั้งครอบครัวและบ้าน

ไคเซนในตอนนั้นเป็นยังไงนะ...

ข้าคิดอะไรเรื่อยเปื่อย จู่ๆก็มีผ้าผืนหนึ่งมาพันรอบคอข้า ข้าหันหน้าไปมองไคเซนแล้วมองผ่าพันคออย่างงงๆ

“เจ้านี่น้า ถ้าหนาวก็บอกกันก็ได้นี่” ไคเซนส่งยิ้มมาให้

“มะ...มันก็ไม่ได้หนาวเท่าไหร่นี่”

“แต่เจ้ายืนสั่นเป็นลูกนกเลยนะ เฮ้อ...เจ้านี่มันปากไม่ตรงกับใจเลยนะ”

“ข้าไม่ได้ปากไม่ตรงกับใจซักหน่อย!” ข้าเถียงกลับ ใช้มือทั้งสองข้างกดหัวไคเซนที่บังอาจสูงกว่าข้า

“ถ้าจะให้ดีก็เลิกกดหัวข้าซะทีเถอะ”

“แล้วใครใช้ให้เจ้าสูงกว่าข้าล่ะ”

เรื่องอื่นข้ายอมได้ แต่เรื่องความสูงข้าไม่ยอม!

ไคเซนยื่นมือมาปัดผมที่ปิดตาข้าออก เขาจ้องข้าอยู่นานก่อนที่จะพูดออกมา

“เทียร์ ข้าว่าตาสองสีของเจ้าสวยดีนะ ทำไมถึงต้องปิดมันล่ะ” ไคเซนพูด มือของเขาจับแก้มข้าอยู่ แม้จะอากาศหนาวแต่มือของเขาอุ่นมากต่างจากมือข้าที่เย็นเฉียบ

“นะ...นี่ เอามือออกไปได้แล้ว”

ไคเซนรีบชักมือกลับแล้วหันหน้าหนี ข้าเองก็หันหน้าหนีเช่นกัน

บ้าเอ๊ย ไม่เห็นจะเข้าใจเลย

“อ่า...นี่ ข้าว่าเรารีบกลับบ้านดีกว่านะ” ข้าดึงผ้าพันคอออกแล้วยื่นคืนให้ไคเซน

พวกเราเดินกลับบ้านด้วยกันเหมือนปกติจนมาหยุดอยู่หน้าประตูบ้าน ข้าเอื้อมมือไปเปิดประตู สิ่งที่ปรากฎเบื้องหน้าข้าทำเข้านิ่งค้างไป

ภาพที่ปรากฎเบื้องหน้าข้าคือร่างของพ่อที่ล้มลงอยู่หน้าประตูท่ามกลางกองเลือด ไม่ห่างกันนักมีผู้ชายแปลกหน้าคนหนึ่งที่กำลังเงื้อมมีดขึ้นสูงก่อนที่จะแทงลงบนกลางอกของแม่ข้า เลือดนั้นสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนใบหน้าของชายแปลกหน้าคนนั้น ร่างของแม่ข้าที่ล้มลงที่ข้าเห็นนั้นราวกับภาพช้า

ข้ายืนจ้องมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วินาที

“เทียร์!”

ไคเซนผลักข้าออกไปจากหน้าประตูพร้อมกับที่ชายแปลกหน้าคนนั้นวิ่งออกมานอกบ้านและวิ่งตรงมาที่ข้าพร้อมเงื้อมมีดในมือ ข้ารีบวิ่งไปหยิบขวานที่เอาไว้ผ่าฟืนที่อยู่ใกล้ๆ ก่อนจะเงื้อขวานขึ้นแล้วฟันคอของชายแปลกหน้าคนนั้นขาด เลือดสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนตัวข้าทั้งตัว

“เทียร์...” ไคเซนใช้น้ำเสียงอันสั่นเรียกชื่อข้า

ข้าก้มมองตัวเองที่เต็มไปด้วยเลือด

‘เจ้าเด็กปีศาจ’

อา...

ข้าลืมคำๆนี้ไปได้ยังไงกันนะ

“ฮะฮะ...นั่นสินะ ข้าลืมมันไปได้ยังไงกัน”

“?”

“ข้าลืมชื่อเด็กปีศาจไปได้ยังไง ตัวหายนะ ถ้ามายุ่งด้วยจะต้องตาย...”

“มันไม่ใช่อย่างนั้นซะหน่อย! ฟังข้านะ นี่ไม่ใช่ความผิดของเจ้า”

แล้วถ้างั้นใครเป็นคนผิดล่ะ...

...................................................

หลังจากเหตุการณ์นั้น...เหตุการณ์ที่มีชายแปลกหน้าเข้ามาในบ้านเพื่อจะขโมยของ...และฆ่า... ทำให้พวกเราถูกส่งตัวไปที่สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าซึ่งอยู่อีกเมืองหนึ่ง

พวกเราบอกลาบ้านหลังเก่าที่เคยอยู่ด้วยกันก่อนะจะขึ้นรถม้าเพื่อออกเดินทาง ข้ากับไคเซนนั่งกอดเข่าอยู่ภายในรถม้า ข้างนอกมีหิมะตกที่เริ่มตกหนักขึ้นเรื่อยๆ

ไม่นานรถม้าก็หยุดลงเนื่องจากหิมะที่ตกหนักเกินไป

“นี่เจ้าหนู มานี่หน่อยซิ” ลุงที่ทำหน้าที่ขับรถม้ากวักมือเรียกข้าลงมาจากรถม้า เขาพาข้าเดินลึกเข้าไปในป่าเรื่อยๆ

“คุณลุงพาข้าเข้ามาในป่านี่ทำไม”

“ไม่ต้องถามหรอกน่า เจ้ารอข้าอยู่ตรงนี้เดี๋ยวนะ” ลุงคนนั้นเดินหายไป ข้ารอเขาตามคำบอกขณะที่หิมะตกหนักขึ้นเรื่อยๆ

ไม่ใช่ว่าข้าไม่รู้ว่าเขาจะเอาข้ามาทิ้งในป่าหรอกนะ ที่ข้ายอมตามมาก็เพราะไม่ต้องการที่จะอยู่ใกล้กับไคเซน

ใครก็ตามที่มายุ่งกับข้านั้นต่างก็ตายไปหมด

เพราะฉะนั้น ขอร้องล่ะไคเซน

อย่าตามหาข้าเลยนะ

ข้าเดินลึกเข้าไปในป่าอย่างไร้จุดหมาย หิมะที่ตกหนักทวีความหนาวขึ้นเรื่อยๆพร้อมกับแรงลมที่เปลี่ยนจากหิมะตกหนักกลายเป็นพายุหิมะไปแล้ว

ข้าเดินต่อไปเรื่อยๆ แต่แล้วก็รู้สึกแปลกๆ

เบื้องหน้าเป็นเพียงอากาศว่างเปล่า ไม่มีแผ่นดินอยู่

ข้าร่วงลงไปตามแรงโน้มถ่วง ร่างของข้าหล่นลงบนต้นไม้ กิ่งไม้เสียดสีที่หน้าและตามตัว สุดท้ายก็ตกลงมาบนพื้นที่เต็มไปด้วยหิมะ

รู้สึกว่าแขนจะหักซะด้วยสิ

ทั้งที่เจ็บมากแท้ๆ แต่ความเย็นจากหิมะบนพื้นและหิมะที่ตกลงมานั้นทำให้ตัวข้าชาไปหมดจนไม่รู้ถึงความเจ็บเลยซักนิด หนังตาของข้าค่อยๆปิดลง

จบซะทีสินะ...

ชีวิตของปีศาจตัวนี้

“ข้าว่าตาสองสีของเจ้าสวยดีนะ ทำไมถึงต้องปิดมันล่ะ” 

ภาพความทรงจำตอนนั้นผุดขึ้นมา

ก่อนที่เบื้องหน้าข้าจะกลายเป็นสีดำสนิท

ปี 1772 ประเทศแคนาดา

...................................................

ข้าตื่นมาท่ามกลางหิมะสีขาว

ข้ามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง

“เทียร์...” 

นั่น...เสียงของใคร

ใครกัน...เจ้าคือใคร

เสียงฝีเท้าของใครบางคนเดินเข้ามาใกล้ ข้าหันหน้าไปตามเสียงของฝีเท้านั้น ปรากฎภาพของชายคนหนึ่งที่ยืนยิ้มอยู่เบื้องหน้าข้า

“------”

...................................................

ข้าตายได้ยังไง

เสียงที่เรียกข้าตอนตื่นขึ้นมาคือเสียงของใคร

ตอนนี้ข้ารู้คำตอบแล้ว...

...................................................

มีคำพูดมากมายที่ข้าอยากบอกเจ้า

ขอบคุณ...

ขอบคุณที่เป็นเพื่อนข้า

ขอบคุณที่ทำให้ข้ามีความทรงจำที่ดี

ขอบคุณที่ทำให้ข้ารู้สึกสนุกสนาน

ขอบคุณที่ทำให้ข้ารู้จักกับคำว่าเพื่อน

ขอบคุณที่ไม่ปล่อยให้ข้าต้องจมอยู่กับความเดียวดาย

ขอบคุณที่ไม่เกลียดข้า

ขอบคุณที่ทำให้ข้ามีวันอันแสนธรรมดา

ขอบคุณที่ทุกช่วงเวลาที่เราอยู่ด้วยกันเป็นความทรงจำที่ดีที่สุด เป็นความทรงจำที่ไม่มีวันลืม

ขอบคุณที่ทำให้ข้ารู้ว่าโลกใบนี้มีสีสันที่หลากหลาย

ขอบคุณที่สอนข้าว่าโลกใบนี้มีแสงสว่างที่เจิดจ้าจนแสบตา

ขอบคุณที่ดึงมือข้าออกมาจากหลุมอันมืดมิดไร้จุดสิ้นสุด

ขอบคุณ...สำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง

ขอบคุณ...

...................................................

เสียงสะท้อนที่ดังแว่วมาจากที่ไหนซักแห่งหนึ่ง

ราวกับข้อความจากต่างแดน

ข้อความจากผู้ส่งที่ไม่มีวันส่งไปถึงผู้รับ

...................................................

Special Part - ความจริงและความผิด

ข้อจ้องมองร่างที่ล้มลงอยู่ข้างหน้าข้าซึ่งตอนนี้ถูกหิมะกลบไปจนแทบจะมองไม่เห็นแล้ว

ร่างนี้คือร่างในอดีตของข้า...

ตุ้บ!

เสียงเหมือนบางสิ่งบางอย่างตกลงมา ข้ารีบเดินไปดูว่าสิ่งนั้นคืออะไร

มันเป็นร่างของคนๆหนึ่งที่พยายามตะเกียกตะกายอยู่

ข้ารู้ดีว่าเขาคนนี้เป็นใคร

"เจ้าบ้าเอ๊ย! จะตามหาข้าทำไม!?" ข้าตะโกนใส่หน้าคนเบื้องหน้าข้า แน่นอนว่าเขาไม่มีทางได้ยิน

"สุดท้าย...มันก็เป็นความผิดของข้า...ที่ทำให้เจ้าตาย..."

"ทำไม...คนที่ตายถึงไม่เป็นข้าล่ะ..."

ร่างเบื้องหน้าข้าหยุดขยับไปแล้ว ผ้าพันคอที่เขาใส่อยู่นั้นไม่อาจช่วยเขาได้เลยในสภาพอากาศแบบนี้

สุดท้าย พวกเราก็ตายไปโดยไม่มีผู้ใดรับรู้

-------------------------------------------------------------
 
 
I FUCKING DO IT
 
JUST FUCKING DO IT
 
//ทำท่าแบบรูปข้างบน
 
เสร็จแล้ววววววววว เสร็จแล้วโว้ยยยยยยยยยยยย //ชูมือขึ้นฟ้าแล้วหมุนๆ #พร่องส์
 
รู้สึกว่าเราเขียนได้เหร้มาก
 
โคตรเหร้ ตอนสุดท้ายมันเพ้ออะไรของมันเนี่ย
 
ไม่ ชั้นไม่ได้ลำเอียงนะ #ถุ้ย
 
ทำไมเรารู้สึกว่าฉบับรีใหม่มันแย่ยิ่งกว่าแบบเก่าอีกเนี่ย orz
 
ถ้าจะให้บอกตรงๆก็คือ นี่แหละนิสัยจริงๆของเทียร์ โปรดสังเกตเวลาโรลมันจะไม่เคยทำแบบนี้กับใคร (รึเปล่า เราอาจมีหลุดบ้าง) คือ ซึน เถียงเก่ง เวลาเขินก็จะทำร้ายร่างกายคนอื่น(อย่างเช่นตีแขนรัวๆ) หลักๆก็ประมาณนี้แหละ ซึ่งแน่นอนว่าไคเซนประสบพบเจอมาทั้งหมดแล้ว...
 
อีกอย่างคือก็ตามที่รู้กันอยู่ว่าเทียร์จำไม่ได้ว่าตัวเองตายยังไง และไม่มีความทรงจำช่วงเวลาที่อยู่กับไคเซนหลงเหลืออยู่เลย ซึ่งกินเวลาประมาณห้าปี แต่จะถูกความทรงจำปลอมเข้าแทนที่ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นพวกเรื่องโดนอื่นเกลียดนั่นแหละ เลยทำให้เป็นคนเก็บกดหน่อยๆ แต่ก็จะคิดแค่ว่า ช่างเถอะ ข้าชินแล้ว จนมักจะใช้คำนี้ตอบเวลามีคนมาถามทุกครั้ง โดยที่มักจะคิดว่าตัวเองไม่ใช่คนที่ทุกข์ที่สุดบนโลก ตัวเองคิดยังไงก็ไม่มีทางปริปากบอกคนอื่น
 
ความจริงอยากจะเขียนให้ตอนเด็กๆเป็นคนขี้แยหน่อยๆจะได้เข้ากับชื่อมัน (ชื่อเทียร์(Tear)แปลว่าน้ำตา) แต่ก็ช่างเถอะ เราขี้เกียจรีใหม่แล้ว ฟฟฟฟ
 
เอาล่ะ เมื่อเป็นเช่นนี้เราก็ต้องเอาเทียร์เวอร์ชั่นร่างอดีต
 
 
ชุดเดิมกับไอ้อาร์มันนั่นแหละ
 
ทำไงได้ ชั้นหาเจอแค่ชุดนี้ชุดเดียว แถมดันตัวใหญ่อีก เพราะงั้นชั้นไม่ผิด แกตัวเล็กเองต่างหาก #หนีความผิด
 
เอาจริงๆแล้วเทียร์มันก็แค่เป็น Heterochromia (Odd Eye) เองนะ lol
 
ต่อไปจะเข้าเรื่องเพ้อของเรา ใครขี้เกียจอ่านก็ข้ามไปเถอะครับ...
 
โดนส่วนตัวแล้วเราคิดว่าการที่จะมาเป็นผู้พิทักษ์ได้ คนๆนั้นจะต้องมีบางสิ่งที่พิเศษ ในกรณีของเทียร์นั้นไม่ใช่ที่ว่ามีตาสองสี ส่วนอาร์เทลถึงแม้จะไม่ได้เป็นผู้พิทักษ์ แต่สถานะระหว่างเทพผู้พิทักษ์กับพิชท์ แบล็คนั้นคล้ายกัน
 
แต่ถึงอย่างนั้นทั้งเทียร์และอาร์เทลก็ไม่ได้มีสิ่งที่พิเศษอะไรเลยซักอย่าง เราที่เป็นผปค.ก็ไม่สามารถจะหาได้เช่นกัน
 
ทั้งนี้การจะมาเป็นผู้พิทักษ์ คุณไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่เก่ง แค่มีศรัทธาอันแรงกล้าก็เพียงพอแล้ว
 
แต่ในประวัติของทั้งสองคนก็แทบจะไม่ได้กล่าวถึงส่วนนี้เลย
 
ความกล้าหาญแบบผู้พิทักษ์คนอื่นๆสองคนนี้ก็ไม่มี แค่สองคนนี้ตายด้วยสาเหตุที่คล้ายคลึงกันเท่านั้น
 
แต่สิ่งที่ทั้งสองมีเหมือนกันคือปกป้องคนที่ตัวเองรัก
 
เอาจริงๆนะ แค่นี้มันก็เพียงพอแล้วเหรอ
 
เอาเป็นว่าพอเถอะ ตูขี้เกียจเพ้อต่อแล้ว ฟฟฟฟฟฟฟ
 
ส่งท้ายด้วย
 
 
คงจะรู้นะว่าข้างๆเทียร์คือใคร...
 
เอาเป็นว่า เจอกันเอนทรี่หน้าเมื่อชาติต้องการนะครัฟ
 
 
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.

Secret Part – รอคำตอบกลับ

ตาลุงที่ทำหน้าที่ขับรกม้าเรียกเทียร์ลงไปแล้วเดินเข้าไปในป่า

นี่มันไม่ชอบมาพากลแล้ว...

ข้าเดินลงจากรถม้าและเดินตามทั้งสองคนไป พวกเราเดินลึกเข้ามาในป่าลึกขึ้นเรื่อยๆ แล้วจู่ๆข้าก็คลาดสายตาจากทั้งสองคนนั้น

หิมะที่ตกลงมาอย่างหนัก ความแรงของลมที่ทวีขึ้นจนกลายเป็นพายุหิมะ ความหนาวเย็นเสียดแทงผิวกายราวกับเข็มนับพันเล่ม

ข้าเดินไปมาอย่างไร้จุดหมาย

“เทียร์! ได้ยินข้ามั้ย!” ข้าตะโกนแข่งกับแรงลม

“เทียร์! ถ้าได้ยินข้าก็ช่วยตอบกลับมาหน่อยสิ!” ข้าตะโกนอยู่อย่างนั้น ตะโกนจนเสียงแหบแห้ง ลำคอของข้าแสบไปหมด ข้าก้าวเดินต่อไปอย่างไร้จุดหมาย แต่พอรู้สึกตัวอีกที เบื้องหน้าข้าก็ว่างเปล่าหมดแล้ว

ข้าร่วงหล่นลงมา ลำตัวถูกกิ่งไม่เสียดสี และเพราะข้าเอาขาลงจึงทำให้ขาทั้งสองข้างของข้าหัก

ถึงเช่นนั้นข้าก็ยังไม่ล้มเลิกที่จะตามหาเทียร์

ข้าพยายามใช้แขนไถตามพื้นแทนการใช้เท้าเดิน แต่เพียงแค่ขยับก็รู้สึกจนแทบจะร้องลั่นออกมา

ไม่ได้...ข้าจะมาตายอยู่ตรงนี้ไม่ได้

ถึงจะคิดเช่นนั้น แต่ตัวข้าก็ขยับไม่ได้แล้ว

พายุหิมะโหมกระหน่ำ ตัวข้าถูกหิมะกลบทั่วตัว ความหนาวที่แทรกซึมเข้ามา หนังตาที่เริ่มปิดลงช้าๆเป็นสัญญาณว่าข้ากำลังจะหลับ

“ข้าไม่ได้ปากไม่ตรงกับใจซักหน่อย!” 

และแล้วภาพเบื้องหน้าก็เป็นสีดำสนิท

...................................................

นี่...ได้ยินข้ารึเปล่า

ขอร้องล่ะ ถ้าได้ยินล่ะก็ ช่วยตอบกลับมาหน่อยได้มั้ย

ข้ายังรอเจ้าอยู่นะ

และจะรอตลอดไป

...................................................

คำพูดที่อยากส่งไปให้ถึง

คำพูดที่รอถ้อยคำตอบกลับ

จนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีข้อความใดๆตอบกลับมา

...................................................

เสียงสะท้อนที่ดังแว่วมาจากที่ไหนซักแห่งหนึ่ง

ราวกับข้อความจากต่างแดน

ข้อความจากผู้ส่งที่ไม่มีวันส่งไปถึงผู้รับ

-------------------------------------------------------------

ขอบคุณที่อ่านจนจบนะครัฟ <3

Comment

Comment:

Tweet

//เลื่อนอ่านเรื่อยๆ อ่าหหห์ ซัมวันนนนน
เพราะรักเลยทำได้ทำอย่างสินะ open-mounthed smile
//สตั้นแท็ก ฟฟฟฟฟฟฟฟฟ

#2 By RollingInMySoul on 2013-08-11 11:04

ขอสารภาพว่าประวัติเทียร์ทำให้เราปิ๊งไอเดียเรื่องตาสีแดง... #กะจะก๊อปชัดๆ #ไม่ย์นะ
ป.ล. แท็กเธอว์ทำเราฮาอีกแล้วนะเธอว์ ถถถถถถถถถ ฟฟฟฟฟฟฟฟฟ 5555555555 #อัลไลของเอ็ง

#1 By PAKJ on 2013-08-05 19:28