ติ่งชูเอ็นอย่างเราจะไม่ทน
 
เอนทรี่ย์นี้มาพร้อมคำแปลของเพลง Shuuamatsu -Re:write- จากอัลบั้ม Shuuen -Re:write- ค่ะ
 
โด้แปลอิงมาจาก: http://re-missedcall.tumblr.com/post/65672034550/shuumatsu-re-write
 
Special Thanks: จิฮารุซัง ขอบคุณที่ช่วยตรวจคำแปล+เรียบเรียงให้
 
----------------------------------------------
 

終末 -Re:write-

 

Shuumatsu -Re:write-

 

จุดสิ้นสุด -Re:write-

 

独りぼっちの猫がモドした

暗い怨嗟と終焉(おわり)の呪縛

 

hitoribocchi no neko ga modoshita

kurai ensa to shuuen (owari) no jumon

 

เจ้าแมวโดดเดี่ยวกลับมา

ได้นำพาทั้งความขุ่นเคืองอันมืดมนและคำสาปแห่งจุดจบ

 

人は尋ねた 何をしたいか

過る刹那の始まり

 

hito wa tazuneta nani wo shitai ka

yogiru setsuna no hajimari

 

ผู้คนต่างถามว่าพวกเขาต้องการจะทำอะไร

จุดเริ่มต้นของช่วงเวลาที่ผ่านเลยไป

 

俄雨(にわかあめ)揺らす

心(しん)と静寂

音も無く弥立(よだ)つ 風景描写

 

niwaka ame yurasu

shin to seijaku

oto mo naku yodatsu fuukei byousha

 

สาเหตุที่สายฝนโปรยปราย

ทั้งหัวใจและความเงียบงัน

คำพรรณนาน่าหวาดกลัวของทิวทัศน์ที่ไร้ซึ่งเสียงใดๆ

 

講釈垂れのワンマンショーだ

欠落ばかり 集めて

 

koushaku tare no Wan Man Shoo da

kenka bakari atsumete

 

ความดันทุรังของ One-Man Show

ที่ตามรวบรวมเพียงความว่างเปล่า

 

頬撫でる刃

行き先も分からず

 

hoo naderu yaiba

ikisaki mo wakarazu

 

ถ้าคมมีดที่นาบไล้แก้มผมอยู่

โดยไม่รู้แม้แต่จุดหมายของมัน

 

功告げる鳥が

一羽 生を捨てたら

 

kou tsugeru tori ga

ichiwa sei wo sutetara

 

ได้ทำลายชีวิต

ของนกที่บ่งบอกถึงชัยชนะไป

 

繰り返す 振り返る

過ちの果て

走る シェード 欠けた三日月と暗転

光蹴散らした

 

kurikaesu furikaeru

ayamachi no hate

hashiru Sheedo kaketa mikazuki to anten

hikari kechirashita

 

ณ จุดจบของความซ้ำซากและหวนนึกถึงความผิดพลาด

เงามืดได้วิ่งบดบังแสงจากจันทร์ครึ่งเสี้ยว

เหยียบย่ำแสงสว่าง

 

誰かは言う 終わりとは

始まりの癖

告げる 針 隔つ日常と反転

神を呼び起こす

 

dareka wa iu owari to wa

hajimari no kuse

tsugeru hari hedatsu nichijou to hanten

kami wo yobiokosu

 

ใครบางคนได้พูดว่าจุดจบ

คือสัญญาณแห่งการเริ่มต้นงั้นหรือ

มือที่บอกเรื่องราว ผกผันให้ทุกวันที่ธรรมดาห่างไกลไป

ร้องเรียกให้พระเจ้าออกมา

 

1つ 破った者は去る

2つ 守った者は去る

3つ 見切った者は去る

4つ 夜明けと蘇る

 

hitotsu yabutta mono wa saru

futatsu mamotta mono wa saru

mittsu mikitta mono wa saru

yottsu yoake to yomigaeru

 

1 ผู้ทำลายได้จากไป

2 ผู้ปกป้องได้จากไป

3 ผู้สิ้นหวังได้จากไป

4 การฟื้นคืนเมื่อรุ่งสางมาเยือน

 

そう響いた 終焉ゲーム

 

sou hibiita shuuen Geemu

 

เกมแห่งความตายได้บอกไว้เช่นนั้น

 

独りぼっちの猫がモドした

暗い怨嗟と終焉(おわり)の呪縛

 

hitoribocchi no neko ga modoshita

kurai ensa to shuuen (owari) no jumon

 

เจ้าแมวโดดเดี่ยวกลับมา

ได้นำพาทั้งความขุ่นเคืองอันมืดมนและคำสาปแห่งจุดจบ

 

人は尋ねた 何(なん)の為かと

無機質猫は 笑った

 

hito wa tazuneta nan no tame ka to

mukishitsu neko wa waratta

 

ผู้คนต่างถามว่าเพื่อสิ่งใด

เจ้าแมวเย็นชาหัวเราะ

 

俄雨(にわかあめ)揺らす

心(しん)と静寂

音も無く弥立(よだ)つ 風景描写

 

niwaka ame yurasu

shin to seijaku

oto mo naku yodatsu fuukei byousha

 

สาเหตุที่สายฝนโปรยปราย

ทั้งหัวใจและความเงียบงัน

คำพรรณนาน่าหวาดกลัวของทิวทัศน์ที่ไร้ซึ่งเสียงใดๆ

 

講釈垂れのインジケーター

振れては切れて 壊れた

 

koushaku tare no Injikeetaa

furete wa kirete kowareta

 

ความดันทุรังของผู้ชี้นำ

การกวัดแกว่งที่ขัดจังหวะจนไร้ซึ่งสิ่งใด

 

頬撫でる刃

ヘタクソに翳して

 

hoo naderu yaiba

betakuso ni kazashite

 

คมมีดที่นาบไล้แก้มผมอยู่

ถูกถืออย่างงุ่มง่าม

 

もう不安定なバランス

行き場未定「惨劇」

 

mou fuantei na Baransu

ikiba mitei “sangeki”

 

ความสมดุลของความไม่แน่นอน

“โศกนาฏกรรม” จุดมุ่งหมายที่ไม่แน่นอน

 

繰り返す 振り返る

過ちの果て

眩む シェード 欠けた満月と暗転

光失った

 

kurikaesu furikaeru

ayamachi no hate

kuramu Sheedo kaketa mangetsu to anten

hikari ushinatta

 

จุดจบของความซ้ำซากและหวนนึกถึงความผิดพลาด

เงามืดที่พล่ามัวบดบังแสงจากจันทร์เต็มดวง

และแล้วแสงสว่างก็หายไป

 

誰かは言う 終わりとは

始まりの癖

告げる 鐘 隔つ平凡と反転

人を呼び起こす

 

dareka wa iu owari to wa

hajimari no kuse

tsugeru hari hedatsu heibon to hanten

hito wo yobiokosu

 

ใครบางคนได้พูดว่านั่นคือจุดจบ

มันคือสัญญาณแห่งการเริ่มต้นงั้นหรือ

ผกผันให้ชีวิตธรรมดาห่างไกลไป

ร้องเรียกให้ผู้คนออกมา

 

1つ 破った者は去る

2つ 守った者は去る

3つ 見切った者は去る

4つ 夜明けと蘇る

 

hitotsu yabutta mono wa saru

futatsu mamotta mono wa saru

mittsu mikitta mono wa saru

yottsu yoake to yomigaeru

 

1 ผู้ทำลายได้จากไป

2 ผู้ปกป้องได้จากไป

3 ผู้สิ้นหวังได้จากไป

4 การฟื้นคืนเมื่อรุ่งสางมาเยือน

 

そう綴った 終焉ゲーム

 

sou tsuzutta shuuen Geemu

 

เกมแห่งความตายได้เอ่ยไว้เช่นนั้น

 

禁忌に触れた幼い子

言い訳すらもままならず

泣いて拭って息を飲み

告げる死人に口は無し

 

kinki ni fureta osanai ko

iiwake sura mo mama narazu

naite nugutte iki wo nomi

tsugeru shinin ni kuchi wa nashi

 

เหล่าเด็กน้อยที่ไปแตะต้องข้อห้าม

แม้แต่แก้ตัวก็ไม่สามารถทำได้

เช็ดน้ำตาออกไปและกลืนกินลมหายใจ

คนตายนั้นไม่สามารถบอกเรื่องเล่าได้

 

誰かは言う 誰かは言う

過ちの果て

アナタはそう 欠けた三日月と暗転

未来失った

 

dareka wa iu dareka wa iu

ayamachi no hate

anata wa sou kaketa mikazuki to anten

mirai ushinatta

 

ใครบางคนได้พูดไว้ ใครบางคนได้พูดไว้

ณ จุดจบของความผิดพลาด

ใช่แล้ว เธอก็คือคนที่บดบังแสงจากจันทร์ครึ่งเสี้ยวไงล่ะ

และแล้วอนาคตก็สาบสูญไป

 

繰り返す 振り返る

始まりの癖

告げる 針 隔つ日常と反転

神を呼び起こす

 

kurikaesu furikaeru

hajimari no kuse

tsugeru hari hedatsu nichijou to hanten

kami wo yobiokosu

 

การทำซ้ำซากและหันกลับไปมอง

ที่สัญญาณของจุดเริ่มต้น

มือที่บอกเรื่องราว ผกผันให้ทุกวันที่ธรรมดาห่างไกลไป

ร้องเรียกให้พระเจ้าออกมา

 

1つ 破った者は去る

2つ 守った者は去る

3つ 見切った者は去る

4つ 夜明けは来やしない

 

hitotsu yabutta mono wa saru

futatsu mamotta mono wa saru

mittsu mikitta mono wa saru

yottsu yoake wa ki ya shinai

 

1 ผู้ทำลายได้จากไป

2 ผู้ปกป้องได้จากไป

3 ผู้สิ้นหวังได้จากไป

4 พวกเขาจะไม่กลับมาเมื่อรุ่งสางมาเยือน

 

そう伝わる 終焉ゲーム

 

sou tsutawaru shuuen Geemu

 

เกมแห่งความตายได้กล่าวไว้เช่นนั้น

 

「もう貴方で終わらせて」

 

“mou anata de owarasete”

 

“พอได้แล้ว ทุกอย่างมันจบลงที่เธอแล้ว”

 
----------------------------------------------
 
ตอนนี้ชูเอ็นนิยายเล่มสองเพิ่งออกเมื่อวันที่ 25 ต.ค. ที่ผ่านมา แล้วแบบมังงะจะตามมาตอนปลายเดือนนี้ แถมได้ยินแว่วๆว่าจะมีอัลบั้มใหม่ด้วย (แกลบอร่อย...) มีสองเพลงคือ 欠落-Re:code- (Lost -Re:Code-) และ リピートラジディ (Repeatragedy) (อันนี้เราไม่แน่ใจเท่าไหร่...)
 
แต่ทาง MF ปล่อยวีดีโอโปรโมทนิยายมา มีเพลง  欠落-Re:code- โผล่มาประมาณ 16 วินาทีด้วย
 
ตอนท้ายเล่มสองสุซุมุบอกว่าชื่อเล่มต่อไปคือ 終焉ノ栞参 終末 -Re:write-/Shuuen no Shiori San Shuumatsu -Re:write- ซึ่งชื่อตอนชื่อเดียวกับเพลงนี้... และดูจากความหมายเพลงแล้ว สิ้นหวังจริงๆค่ะ เล่มสามนี่คงเป็นอะไรที่มืดมนมากๆเลย ฮรือออ ;7;
 
ต่อจากนี้จะมีสปอยล์ค่ะ
 
พอลองนั่งอ่านคำแปลดูดีๆ เราว่าไอ้ทฤษฎีวนลูปของเรามีโอกาสเป็นไปได้มากขึ้น เพราะท่อนที่บอกว่า
 
"จุดจบของความซ้ำซากและหวนนึกถึงความผิดพลาด"
 
"การทำซ้ำซากและหันกลับไปมอง"
 
นั่นแปลว่า เกมนี้เกิดขึ้นซ้ำๆ ในนิยายเล่มแรก เอยะจะเกี่ยวกับการเล่นซ่อนแอบคนเดียว บีโกะเกี่ยวกับดอพเพลแกงเกอร์ ซีตะเกี่ยวกับแมรี่ซัง ดีเนะเกี่ยวกับหัตถ์วานร เป็นไปตามเพลงที่วันฮาล์ฟพีปล่อย
 
แต่ในเล่มสอง ตำนานเมืองของแต่ละคนสลับกัน
บทแรกดีเนะเกี่ยวกับการเล่นซ่อนแอบโดดเดี่ยว (内緒anDシーク/Naisho anD Seek/ความลับและค้นหา)
บทที่สองซีตะเกี่ยวกับดอพเพลแกงเกอร์ (影踏みゲンガー/Kagefumi Gänger/เกมไล่จับเงาตัวปลอม)
บทที่สามบีโกะเกี่ยวกับแมรี่ซัง (背徳Byebコール/Haitoku Byeb Call/การโทรบอกลาที่ทุจริต)
บทที่สี่เอยะเกี่ยวกับหัตถ์วานร (正夢モンキーハンド/Masayume Monkey Hand/หัตถ์วานรเพื่อความฝันที่เป็นจริง) *โด้คำแปลมาจากจิฮารุซัง* //กราบ 
ก็จะเล่าเรื่องราวของแต่ละคนที่เข้าไปเกี่ยวกับตำนานเมืองนั้นๆ ส่วนบทที่ห้า 報復ヒーローズ/Houfuku Heroes/การแก้แค้นของเหล่าฮีโร่ บทนี้ภาพประกอบเป็นรูปที่ทั้งสี่คนชี้นิ้วมาที่ "พวกเรา" ที่เป็นคนอ่าน หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ "พวกเรา" นั่นแหละคือ "คนทรยศ" (เรื่องนี้วันฮาล์ฟพีซังเคยบอกไว้) แต่เรายังอ่านไม่ถึงบทที่ห้า (และก็อ่านไม่ออกด้วย ฟฟฟฟ) ส่วนบทที่หก 終焉リヴァイバル/Shuuen Revival/ความตายฟื้นคืนชีพ(หรือฟื้นคืนชีพความตาย?) ตอนนี้จะเล่าถึงตัวละครใหม่ห้าตัว 
 
*ต่อไปจะสปอยล์สุดๆ ใครไม่อยากโดนสปอยล์กรุณากดออกเถอะค่ะ*
 
 
อีกิ (เด็กผู้ชายตาสีเหลืองคนกลาง)ดูเหมือนจะป๊อบในโรงเรียน หลังเลิกเรียนก็มีคนทัก "ไว้เจอกันพรุ่งนี้นะอีกิ!" อะไรประมาณนี้ หลังจากนั้นเขาก็ไปที่ห้องดนตรี (ไม่ใช่ห้องดนตรีที่อาคารเรียน"เก่า") แล้วก็ทักทุกคนประมาณว่า "โย่~" ค่อนข้างเป็นคนร่าเริง
เอโนะ (ผู้หญิงตาสีแดงคนที่สองนับจากทางขวา) เหมือนจะเป็นทอม #ห้ะ เจอหน้าอีกิก็พูดประมาณว่า "ตายซะ!" แถมพยายามจะต่อยอีกิด้วยเพราะรู้สึกว่าอีกิกำลังมองหน้าอกเธออยู่ #อีกิคะ... ดูเหมือนอีกิจะจ้องพลางคิดฟุ้งซ่านสักพักก่อนจะถอนหายใจแล้วจากไป เอโนะตะโกนว่า "ตายซะ!" อีกครั้งแล้วพยายามต่อยอีกิ
บีกะ (ผู้ชายตาสีม่วงคนที่สองนับจากทางซ้าย) ออกจะขี้อาย แถมโชตะและเป็นสาวดุ้น #หยุด เตี้ยกว่าเอโนะแถมยังหน้าหวานกว่าอีก (เรายอมรับค่ะ เพราะตอนแรกที่เห็นรูปนี้เราคิดว่าบีกะเป็นผู้หญิง...) แถมชื่อยังเหมือนผู้หญิงอีก ฟฟฟฟ แถมมีเขี้ยวเล็กๆน่ารักด้วย <3 บีกะซื้อชุดนักเรียนที่ใหญ่กว่าตัวมาก บีกะบอกว่าเดี๋ยวผมก็โตขึ้นจนใส่พอดีเองแหละ (ประมาณว่าซื้อเสื้อต้องเผื่อโตด้วย?) แต่ดูจากแขนเสื้อที่เหลือซะเยอะแล้ว...มันใหญ่ไปมั้ง... ตอนที่เอโนะพยายามชกอีกิก็พูดห้ามทั้งสองคนกล้าๆกลัวๆประมาณว่า ".....อะ อะ เอ่อ เอ่อ.....หยุดเถอะ....."
ซีนะ (ผู้หญิงตาสีฟ้าอ่อนคนขวาสุด) เป็นคนที่จริงจัง เถรตรง ซีนะหยุดอ่านหนังสือแล้วพูดว่า "พวกเธอยังเสียงดังไม่เปลี่ยนเลยนะ" เธอดูเหมือนจะเป็นประธานชมรม แต่จริงๆแล้วเกรดเฉลี่ยเธอไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แถมชอบอ่านพวกนิตยาสารมาก เลยดูเหมือนจะเป็นพวกโอตาคุ ส่วนสูงของซีนะถือว่าค่อนข้างเตี้ย และหน้าอกเธอก็...อ่ะนะ "ตายซะ!" เอโนะชกอีกิอีกรอบ
ดีสุเกะ (ผู้ชายตาสีฟ้าคนซ้ายสุด) ดูเหมือนเป็นคนสบายๆ เรื่อยๆ เอื่อยๆ พูดกับอีกิประมาณว่า "ฮะฮะ~ นายดูสนุกเหมือนทุกครั้งเลยนะ อีกิ~" ดีสุเกะผมยาว รวบผมไว้ข้างหลัง แถมเอาผมมาบังหน้าบังตาไว้อีก เลยไม่ง่ายเลยที่จะรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ นั่นเป็นเหตุผลที่อีกิค่อนข้างประทับใจเขา เขาก็เว้นระยะห่างกันเป็นประจำ ดีสุเกะสูงกว่าอีกิ แถมชอบกินขนมเป็นประจำ
 
เราอวยอีกิดีสุเกะค่ะ #ประกาศอย่างหน้าด้านๆ
 
ทั้งห้าคนอยู่ชมรมถ่ายหนัง (film club) อีกิเป็นลากทุกคนเข้าชมรมเพราะมันดูน่าสนใจดี แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ทำอะไร อีกิเป็นคนเสนอให้ลองทำหนังดู ดึสุเกะบอกว่าที่มาเข้าชมรมก็เพราะเหตุนี้ (ดูเหมือนดีสุเกะจะชอบถือกล้องถ่ายวีดีโอไปทั่ว) ส่วนซีนะสนใจพวกเรื่อวแนวหลอนๆ น่ากลัวๆ เธอจะเป็นคนตัดต่อหนัง เอโนะกับบีกะจะเป็นคนวางพล็อต
เรื่องส่วนธีมเรื่องและชื่อเรื่องของหนังที่จะทำคือ... (กรุณาคลุมดำถ้าท่านอยากรู้) "Shuuen no Shiori/ที่คั่นหนังสือแห่งความตาย" ในบทฮีโร่ธรรมดาที่เป็นบทนำของเล่มสองได้ให้ข้อมูล (และคำถาม) ของความลึกลับของ "ที่คั่นหนังสือแห่งความตาย" ไว้มากพอสมควร
อย่างที่บอกไปข้างต้นว่าชื่อเรื่องของนิยายเล่มสามคือ " 終焉ノ栞参 終末 -Re:write-/Shuuen no Shiori San Shuumatsu -Re:write-" ที่เนื้อเรื่องเขียนและถ่ายทำโดนสมาชิกชมรมถ่ายหนัง ในหน้าโฆษณา (ที่เป็นรูปบีโกะคุยโทรศัพท์กับเอยะ...) บอกว่าเล่มสามจะออกวางขายช่วงฤดูหนาว (ที่ญี่ปุ่น) แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะจริงรึเปล่า ถ้าสุซุมุอู้ก็คงต้องรอต่อไป...
 
แปลมั่วมาก คงผิดบานเลย ฟฟฟฟ #ขอโทษค่ะ
 
เอาเป็นว่าระหว่างรอเล่มสาม มาลุ้นกันว่าวันฮาล์ฟพีซังจะปล่อยพีวีเพลงใหม่ออกมารึเปล่า แล้วจะเป็นเพลงอะไร ก็รอกันต่อไป
 
ถ้าเป็นไปได้ กรุณาสนับสนุนอัลบั้มจริงของ 150P กับ Suzumu ด้วยนะคะ

edit @ 3 Nov 2013 14:41:28 by Saki

Comment

Comment:

Tweet